Facebook




  • SHE-001.jpg
  • SHE-002.jpg


  • การสำรวจสภาพแวดล้อมในการทำงานเบื้องต้น (Walk Though Survey)
  • การตรวจวัดและประเมินสภาพแวดล้อมในการทำงานของสถานประกอบกิจการ
  • การตรวจวัดด้านชีวภาพ
  • การตรวจวัดและประเมินคุณภาพอากาศภายในอาคาร (Indoor Air Quality)
  • การประเมินสภาพการทำงาน (Ergonomics)
  • การตรวจวัดและประเมินสภาพการทำงานในสถานที่อับอากาศ
  • การตรวจวัดและประเมินระบบระบายอากาศ
  • การตรวจวัดและประเมินคุณภาพบรรยากาศทั่วไป
  • การตรวจวัดและประเมินคุณภาพอากาศในปล่องระบายอากาศ
  • การตรวจวัดคุณภาพน้ำ


การสำรวจสภาพแวดล้อมในการทำงานเบื้องต้น  (Walk Though Survey)

เพื่อสำรวจสภาพพื้นที่การทำงานและลักษณะการทำงาน มีสภาพแวดล้อมในการทำงานประเภทใดที่อาจเป็นสิ่งคุกคาม ทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของผู้ปฏิบัติงาน ได้แก่

  • สภาพแวดล้อมทางเคมี
  • สภาพแวดล้อมทางกายภาพ
  • สภาพแวดล้อมทางชีวภาพ
  • สภาพแวดล้อมทางการยศาสตร์ (Ergonomics)

กำหนดพื้นที่การทำงาน สภาพแวดล้อมในการทำงานและพารามิเตอร์แต่ละประเภท จำนวนตัวอย่างพื้นที่ (Area Simple) และตัวบุคคล (Personal Simple) ที่จะดำเนินการตรวจวัดและประเมิน


การตรวจวัดและประเมินสภาพแวดล้อมในการทำงานของสถานประกอบกิจการ

ดำเนินงานตามหลักวิชาการด้านสุขศาสตร์อุตสาหกรรม โดยการสำรวจสภาพแวดล้อมในการทำงานเบื้องต้นเพื่อค้นหาสิ่งที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ กำหนดให้มีการตรวจวัดและวิเคราะห์ ประเมินผลเปรียบเทียบกับมาตรฐานตามกฎหมายหรือมาตรฐานตามของแนะนำของสถาบันหรือองค์กรที่เป็นที่ยอมรับ จัดทำรายงานให้ข้อคิดเห็นและเสนอแนะเพื่อการควบคุมป้องกันต่อไป

  • ความร้อน (Heat Stress Index)
  • แสงสว่าง (Light)
  • เสียง (Noise)
  • สารเคมี (Chemical)

ความร้อน (Heat Stress Index)

ระดับความร้อน WBGT

  1. ตรวจวัดด้วยเครื่องมือและอุปกรณ์ที่มีคุณลักษณะตามมาตรฐาน ISO 7243 หรือเทียบเท่า เช่น DIM EN 27243
  2. ตรวจวัดระดับความร้อน WBGT เฉลี่ยปริมาณที่ผู้ปฏิบัติงานทำงานแห่งเดียวหรือหลายบริเวณที่มีสภาพแวดล้อมต่างกัน โดยทำการตรวจช่วงระยะเวลา 2 ชั่วโมงที่ร้อนที่สุด
  3. ประเมินภาระงานในช่วง 2 ชั่วโมงที่ร้อนที่สุด เป็นงานเบา, งานปานกลาง หรืองานหนัก ตามแนวทางของ OSHA Technical Manual หรือเทียบเท่า เช่น ISO 8996
  4. ประเมินผลการตรวจวัดโดยเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยระดับความร้อน และลักษณะความหนัก-เบาของงาน เช่น มาตรฐานที่กฎหมายกำหนด


แสงสว่าง (Light)

  1. ตรวจวัดค่าเฉลี่ยความเข้มของแสงสว่างบริเวณพื้นที่ทั่วไปและบริเวณการผลิตภายในสถานประกอบกิจการ ทุก ๆ 2x2 ตารางเมตร
  2. ตรวจวัดความเข้มของแสงสว่างบริเวณที่ผู้ปฏิบัติงานต้องทำงานโดยใช้สายตามองเฉพาะจุด หรือใช้สายตาอยู่กับที่ในการทำงาน
  3. การตรวจวัดความเข้มของแสงสว่างในสถานประกอบกิจการ ใช้เครื่องวัดแสง (Light Meter) มีคุณลักษณะสอดคล้องกับมาตรฐาน CIE 1931 (International Commission on Illumination) หรือ ISO/CIE 10527 หรือเทียบเท่า เช่น JIS
  4. เปรียบเทียบผลการตรวจวัดกับเกณฑ์มาตรฐาน ตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง มาตรฐานความเข้มของแสงสว่าง ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560


เสียง (Noise)

  1. ตรวจวัดเพื่อประเมินระดับเสียงที่อาจมีผลกระทบต่อระบบการได้ยินของผู้ปฏิบัติงาน และเพื่อให้ทราบประเภทและลักษณะของเสียงใช้ประโยชน์ในการควบคุมป้องกันเสียง เครื่องตรวจวัดระดับเสียงมีคุณลักษณะสอดคล้องกับมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรือเทียบเท่า เช่น ANSI S1.4, BS EN 60651, AS/NZS 1259.1 เป็นต้น หรือดีกว่า เช่น IEC 60804, IEC 61672, BS EN 60804, AS/NZS 1259.2 เป็นต้น
  2. ระดับเสียงแบบพื้นที่ (Leq 5 นาที) ตรวจวัดเฉพาะเสียงดังต่อเนื่อง (Continuous Noise) แบบคงที่ (Steady-state Noise) เป็นลักษณะเสียงดังต่อเนื่อง มีระดับเสียงเปลี่ยนแปลงไม่เกิน 3 dB(A)
  3. ระดับเสียงเฉลี่ยตลอดระยะเวลาการทำงาน (TWA; Time Weighted Average) ตรวจวัดระดับเสียงประเภทเสียงดังต่อเนื่อง ที่มีระดับเสียงเปลี่ยนแปลงเกินกว่า 10 dB(A) และเสียงดังเป็นช่วง ๆ (Intermittent Noise)
  4. ปริมาณเสียงสะสมที่ตัวบุคคล (Noise Dose) เพื่อประเมินเป็นระดับเสียงที่สัมผัสเฉลี่ยตลอดระยะเวลาการทำงาน (TWA; Time Weighted Average) เครื่องวัดปริมาณเสียงสะสม (Noise Dosimeter) มีคุณลักษณะสอดคล้องกับมาตรฐาน IEC 61252 หรือเทียบเท่า เช่น ANSI S1.25 หรือดีกว่า
  5. เสียงกระทบหรือเสียงกระแทก (Impulse or Impact Noise) เพื่อประเมินการสัมผัสกับระดับเสียงกระทบหรือกระแทกที่เกิดขึ้นในระยะเวลาสั้นและอันตรายจะเกิดขึ้นกับระบบการได้ยิน ขึ้นกับระดับเสียงและจำนวนครั้งที่สัมผัส ตรวจวัดด้วยเครื่องวัดเสียงกระทบหรือกระแทก (Impulse or Impact Noise Meter) มีคุณลักษณะสอดคล้องกับมาตรฐาน IEC 61672 หรือ IEC 60804 หรือเทียบเท่า เช่น ANSI S1.43 หรือดีกว่า
  6. ระดับเสียงแบบพื้นที่แยกความถี่ (Sound Pressure Level and Octave band Analyzer) เพื่อประเมินลักษณะของเสียงใช้เป็นข้อมูลในการจัดการควบคุม ป้องกันผลกระทบจากเสียง เครื่องมือวิเคราะห์ความถี่เสียง
  7. แผนผังแสดงระดับเสียง (Noise Contour Map) โดยใช้ Software ที่ออกแบบมาสำหรับใช้ในงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ทราบการกระจายตัวของเสียงในรูปแบบของแผนที่เสียงในแต่ละพื้นที่มีเสียงอยู่ระดับใดในภาพรวม เพื่อใช้ในการจัดการควบคุม ป้องกันผลกระทบจากเสียงและจัดทำมาตรการอนุรักษ์การได้ยิน


สารเคมี (Chemical Agents)

ตรวจวัดเพื่อประเมินปริมาณความเข้มข้นของสารเคมี





การสำรวจสภาพแวดล้อมในการทำงานเบื้องต้น

(Walk Though )