Facebook





บทความโดย...ประจวบ ผลิตผลการพิมพ์
http://prempapatblong.exteen.com/




        ข่าวอันตรายรุนแรงที่เกิดจากลิฟต์เป็นเหตุ  แม้ว่าอาจไม่ได้เกิดขึ้นถี่นัก  แต่เมื่อเกิดขึ้นทีไรก็ช่างน่าสยดสยองอย่างคาดไม่ถึง... “เด็กหญิง 10ขวบตกลิฟต์ห้างสยามพารากอนชั้น 2   แพทย์ระบุสมองได้รับการกระทบกระเทือนหนัก สันนิษฐานว่าเด็กเอื้อมมือออกมาเล่นน้ำตกเทียม โดยลิฟต์มีช่องเปิดอยู่”

  • “ลิฟต์อาคารซิตี้แบงก์ขาดผึ๋งขณะที่ช่างซ่อมบำรุงกำลังเปลี่ยนสายสลิง ผลคือช่างซ่อม ตาย 3  แขนขาด 1!”
  • “ 3 นักศึกษาราชภัฎเชียงใหม่ กดลิฟต์ขึ้นชั้น10 แต่ลิฟต์เกิดติดค้างระหว่างชั้น 9 และ ชั้น 10  ...นักศึกษาสองคนแรกโดดออกมาทางช่องประตูลิฟต์ ส่วนคนที่สามกลับเหยียบขอบประตูลิฟต์พลาด ทำให้พลัดร่วงตกลงไปในช่องลิฟต์ และเสียชีวิต”

ต้นกำเนิดของลิฟต์คือประเทศสหรัฐอเมริกาโดยเปิดประเดิมให้ประชาชนได้ใช้บริการกันเมื่อ 150 ปีมาแล้ว(ค.ศ. 1857)

แม้จะใช้มันมาอย่างเนิ่นนานและมีพัฒนาเทคโนโลยีกันอย่างต่อเนื่อง( ตึกเอมไพร์สเตท นิวยอร์ก ลิฟต์ทั้ง 73ตัวนั้นมีความเร็วระหว่าง183-427 เมตรต่อวินาทีหากขึ้นลิฟต์ที่ชั้นแรก จะขึ้นไปชั้นที่ 80จะใช้เวลาแค่ 80 วินาที)

แต่นักวิจัยอเมริกันต้องตกใจ เมื่อพบว่า ตัวเลขคนบาดเจ็บและเสียชีวิต เพราะลิฟต์นั้นมันมากมายอย่างคาดไม่ถึง!

โดยส่วนใหญ่เกิดจากโดนประตูลิฟต์หนีบ-สะดุดหกล้มตอนที่ก้าวเท้าเข้า หรือออกจากลิฟต์โดยที่ลิฟต์ยังจอดไม่สนิท (แต่บ้านเราที่เป็นข่าวบ่อยๆก็คือ...ข่าวลิฟต์ก่อสร้างร่วงกระแทกพื้น พร้อมคนงาน)

นอกจากนั้นยังพบอีกว่า ลิฟต์ในสหรัฐฯที่เลยกำหนดการตรวจเช็คมีเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะที่เมืองนิวยอร์กมีลิฟต์ไม่น้อย ที่ไม่ได้ตรวจสอบมานานถึง 3 ปีครึ่ง(จากรายงานข่าว ของ abc news)

      แม้ว่าลิฟต์จะไม่ใช่สิ่งอำนวยความสะดวกที่ปลอดภัยทั้ง 100% แต่...ตัวเลขของภัยที่เกิดจากความบกพร่องชำรุดของลิฟท์นั้น เทียบไม่ได้เลยกับสาเหตุที่เกิดจากความประมาทของ “คน”ที่ใช้ลิฟต์...และ ต่อไปนี้คือข้อเสนอแนะ  ที่คุณพ่อคุณแม่อาจนำไปสอนลูกๆหลานๆ เพื่อความปลอดภัยในการใช้ลิฟต์ครับ...

  • สอนลูกๆว่า ... ลิฟต์เขามีไว้ใช้งาน เพื่อให้คนเดินขึ้นหรือลงหลายๆชั้นจะได้ไม่เมื่อย ดังนั้นมันย่อมไม่ใช่เครื่องเล่นในสวนสนุก ที่ขึ้นๆลงๆด้วยความสะใจ และปุ่มในลิฟต์ก็ไม่ใช่ปุ่มคีย์บอร์ดของเกมออนไลน์ ที่พอเข้ามาในลิฟต์ปั๊บก็กดปุ่มปุ๊บ แล้วก็กดๆๆๆๆ กดทุกเบอร์ทุกปุ่มที่มี ด้วยความมันส์ เพราะนั่นอาจสร้างความเดือดร้อนและอันตรายให้กับคนส่วนใหญ่และตนเอง  ถ้าลิฟต์ค้าง หรือ เกิดร่วงลงมา
  • ระยะนี้มักพบกระทู้ที่ไม่ค่อยสร้างสรรค์อันหนึ่งที่แพร่ไปทั่วหลายต่อหลายเว็บ ที่โปรยหัวไว้ว่า “วิธีแก้เซ็งเมื่ออยู่ในลิฟต์” เด็กๆอ่านแล้วขอให้อ่านแค่ขำๆ 

และห้ามทำตามอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะมีข้อหนึ่งที่ระบุว่า “ให้แกว่งตัวโยกๆเยกๆ ไปๆมาๆในลิฟต์ พร้อมเปล่งเสียงว่า...ฮุยเล...ฮุยเล.!”

ขืนใครหลงทำตาม อาจพบชะตากรรมเช่นเดียวกับเด็กนักเรียนไฮสคูลในสหรัฐฯ(Harry Truman high school) ที่เล่นกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับเพื่อนชายวัยทโมน
อยู่ในลิฟต์ แล้วไปชนกระแทกประตูลิฟต์ จนเปิดอ้า ผลก็คือ...ร่างของเขาพลัดจากช่องลิฟต์แล้วร่วงลงในกระแทกพื้นล่างสุด และเสียชีวิตทันที

ดังนั้น ต้องสอนเด็กๆนะครับว่า ยามอยู่ในลิฟต์จะต้องไม่กระโดดโลดเต้นใดๆทั้งสิ้น

  • ลิฟต์ไม่ใช่เครื่องเล่นผาดโผน ดังนั้นจงอย่าเอาอย่างวัยรุ่นฝรั่ง(บางกลุ่ม)ที่ชอบท้าความตาย โดยใช้ชื่อกลุ่ม ว่า Elevator Surfing โดยงัดช่องเพดานลิฟต์ แล้วขึ้นไปยืนแอ่นอยู่บนหลังคนตู้ลิฟต์ โดยเด็กชายวัย 15 ผู้ประกาศตัวว่าเป็นแชมป์ “ลิฟต์เซิร์ป” แล้วต่อมาไม่นานได้พลาดเข้าไปติดกับสายเคเบิล ในสภาพหัวห้อยโตงเตงและสิ้นใจตายในที่สุด4  )  น้ำท่วม...ฟ้าผ่า...แผ่นดินไหว...ไฟไหม้  “ห้ามใช้ลิฟต์”

น้ำท่วมห้ามใช้ลิฟต์  เพราะ ในขณะนั้น กระแสไฟฟ้ามักจะถูกตัดในขณะใดก็ได้ ถ้าเวลานั้นเราอยู่ในลิฟต์ ก็อาจติดค้างในนั้นก็ได้

ฟ้าผ่า หรือพายุฝนฟ้าคะนองห้ามใช้ลิฟต์ เพราะอาจไฟดับ(โดยเฉพาะลิฟต์รุ่นเก่าๆ ที่ไม่มีไฟฟ้าฉุกเฉินสำรอง) ทางที่ดีก็คือ ให้อยู่ภายในอาคารนั่นแหละครับ แล้วรอจนกว่าฝนฟ้าจะสงบแล้วจึงค่อยใช้ลิฟต์

แผ่นดินไหวห้ามใช้ลิฟต์ แม้เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้น้อยและไม่รุนแรงเมื่อบ้านเมืองอื่นเขา  แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เกิดขึ้นเลย(มิฉะนั้นคงไม่เกิด “ซึนามิ”) มีข้อแนะนำว่า
เมื่อแผ่นดินไหว ให้อยู่ห่างจากหน้าต่าง,ประตู,กระจก และ หลีกเลี่ยงจากใช้ลิฟต์หากจำเป็นก็ ให้มุดลงใต้โต๊ะทำงาน เพื่อศีรษะจะได้ไม่ถูกวัตถุสารพัดชนิดหล่นใส่

ไฟไหม้ห้ามใช้ลิฟต์ อย่าเผลอใช้ลิฟต์เป็นทางหนีไฟ ให้วิ่งลงทางบันไดหนีไฟดีกว่าครับ

  • เด็กๆหลายคนอาจไม่รู้มาก่อนเลยว่า ลิฟต์บางแห่งนั้นมีสองประตู นั่นทำให้

เด็ก(หรือผู้ใหญ่)ที่ชอบยืนพิงผนังลิฟต์ถึงกับล้ม หรือ ร่วงจากลิฟต์ลงมา!
ดังนั้นวิธีสังเกดก็คือ ให้ดูจากเส้นแบ่งครึ่งที่ประตูลิฟต์

  • เมื่อประตูลิฟต์เปิด แล้วเห็นคนยืนอยู่กันแน่น ก็ให้รอรอบต่อไป อย่าฝืนโดยพยายามอัดเข้าไปให้ได้ เพราะจะทำให้ลิฟต์ค้างและเกิดอันตรายได้ครับ
  • การยืนรอลิฟต์ที่จะได้ทั้งความปลอดภัย และมารยาทอันดีนั้น ก็คือ ...การยืนเข้าแถวก่อน-หลัง โดยยืนสองข้างซ้าย-ขวา แล้วเว้นช่วงประตูหน้าลิฟต์ เพื่อให้คนที่อยู่ในลิฟต์ได้ออกมาก่อน

  • หากยืนอยู่ไกลจากปุ่มกดขึ้นลงชั้นต่างๆนั้น ไม่ต้องพยายามแทรกตัว หรือยื่นมือเบียดผู้อื่นเพื่อไปกด  แต่ให้บอกผู้ที่อยู่ใกล้ปุ่มกดช่วยกดให้ด้วย โดยบอกด้วยความสุภาพ และขอบคุณทุกครั้งที่เขาช่วยกดให้
  • สำหรับข้อแนะนำสำหรับคุณผู้หญิง หรือนักเรียนหญิงก็คือ* หากมองเข้าไปในลิฟต์ แล้วเห็นผู้ชายลักษณะน่ากลัว หรือดูท่าจะไม่น่าไว้ใจได้ก็ไม่ควรเข้าไปในลิฟต์

*หรือในขณะที่ยืนอยู่ในลิฟต์ แล้วพบผู้ชายแปลกหน้าท่าทางไม่น่าไว้ใจทำท่าจะเข้ามา ให้รีบเดินออกจากลิฟต์ทันทีครับ

*เมื่ออยู่ในลิฟต์ให้เลือกยืนใกล้ปุ่มกดขึ้นลง หรือจุดที่ใกล้ประตู (เพื่อเตรียมออก)
จะปลอดภัยกว่าการเลือกยืนตรงกลาง หรือติดผนังลิฟต์ด้านในสุด

  • ถ้าติดค้างในลิฟต์ ต้องใจเย็น อย่าร้อนรนเกินไปจนหายใจหอบ เพราะจะทำให้เหนื่อยและอาจเป็นลมได้  ให้กดสัญญาณขอความช่วยเหลือ หรือสัญญาณติดต่อภายนอก(Emergency Phone)
  • เพื่อความปลอดภัย  ได้ออกกำลังกาย  และช่วยประหยัดหากจะขึ้นหรือลงที่ไม่กี่ชั้น และพอไหว ก็ใช้ “เดิน”กันเถิดครับเพราะเป็นที่รู้กันว่า การเดินเป็นการออกกำลังกายที่ดีเยี่ยมแล้วคุณยังได้ชื่อว่า “ประหยัดช่วยชาติ” เพราะทราบหรือไม่ว่า...การกดลิฟต์แต่ละครั้งนั้น เท่ากับสูญเสียพลังงานไปครั้งละ  7  บาท


www.csip.org