Facebook




การให้อภัยทำได้ง่ายหรือไม่ ก็มักจะทำได้ไม่ง่ายนักนะ แต่คุณไม่ได้ให้อภัยเพื่อคนอื่น หรือเพื่อผลประโยชน์ของคนอื่น คุณให้อภัยเพื่อประโยชน์ของตัวคุณเองจริง-จริ๊ง

สถานการณ์ ที่ทำงานคือสมรภูมิของอารมณ์ การให้อภัยกับบางคนทำได้ แต่กับบางคนทำไม่ได้และจะไม่ทำ ซึ่งจะทำอย่างไร หรือจะถามใหม่ว่า จะทำอย่างไรจึงจะทำงานในแวดล้อมของคนที่เราไม่ให้อภัย (เครียดเด้อ)

ทางออก : คุณพูดเองว่า ที่ทำงานคือสมรภูมิของอารมณ์ การให้อภัยผู้คนในสถานที่ที่เต็มไปด้วยสถานการณ์อันยุ่งยากซับซ้อนจึงเป็นเรื่องเข้าใจได้และเป็นกติกาพื้นฐานของที่ทำงานที่ควรจะเป็น สำหรับบางคนแล้วการให้อภัยเป็นเรื่องศักดิ์สิทธิ์ทางจิตวิญญาณแต่การให้อภัยผู้อื่นยังมีเหตุผลที่สำคัญกว่านั้น

เพราะถ้าคุณไม่ให้อภัยพวกเขา มันจะทำลายตัวคุณเอง! สมมติว่าคุณถูกเจ้านายไล่ออกด้วยเหตุผลผิดๆ หรือคุณถูกเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด ตลบหลังแย่งผลงานไปอย่างด้านหน้า คุณเลยบอกว่า จะไม่มีทางยกโทษให้ใครก็ตามที่ทำแบบนั้นกับคุณ! แล้วใครกันที่ทุกข์ทรมาน หัวหน้ากำลังสนุกอยู่ในงานเลี้ยง ส่วน (อดีต) เพื่อนรักน่ะหรือก็กำลังเต้นรำสุดเหวี่ยงฉลองตำแหน่งใหม่

คุณต้องเลิกความคิดที่ว่า "ถ้าเราไม่ให้อภัยเขา เขาจะเป็นฝ่ายทุกข์ทรมาน" คุณเห็นแล้วว่า ไม่ใช่

สถานการณ์ ทำใจไม่ได้ที่จะให้อภัยคนอื่นง่ายๆในความผิดเลวร้ายที่พวกเขาก่อขึ้น (ฮึ่มๆๆ!!)

ทางออก : มีผลการศึกษาเมื่อไม่นานมานี้ของสถาบันสาธารณสุขแห่งมลรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ระบุว่า ความอาฆาตแค้นความจงเกลียดจงชัง และความขุ่นเคืองใจ คือ ตะกอนที่ขุ่นกวนระบบภูมิคุ้มกันโรคของมนุษย์ แต่ละเปอร์เซ็นต์ของความไม่พอใจที่เพิ่มขึ้น เพิ่มโอกาสเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ โรคมะเร็ง และโรคเบาหวานของตัวคุณเองขึ้นเป็น 2 เท่า!

ความโกรธทำให้คุณป่วย รู้อย่างนี้แล้วหัดเป็นคนไม่เก็บความโกรธไว้ด้วยการให้อภัยคนอื่น คุณไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยในสิ่งที่เขาทำ คุณแค่ต้องการให้ชีวิตของคุณดำเนินต่อไปด้วยดีเท่านั้น

สถานการณ์ งั้นก็ต้องให้อภัยคนอื่นตลอดไปสิ?

ทางออก : รู้เท่าทันตัวเองแล้วจะรู้เท่าทันคนอื่น ในทางพุทธให้มีสติกำหนดใจ โกรธก็รู้ว่าโกรธ มีสติ ไม่คิดฟุ้งซ่านหรือคิดไม่ดี (โกรธแค้นผู้อื่น) อารมณ์อาฆาต อคติ หรือความเครียดจะลดลง จิตจะมีพลัง มีปัญญา คิดอ่านได้ว่าจะทำอย่างไรต่อสถานการณ์หรือปัญหาที่เกิดขึ้นบางทีคุณอาจพบว่า ความโกรธของคุณมีที่มาจาก "พื้นฐานอารมณ์" ที่ไม่ดีของตัวเอง หรือเกิดจากการยกตัวเองเป็นมาตรฐาน ทำให้ตัดสินเข้าข้างตัวเองตลอดมา

หรือถ้าเกิดจากคนคนนั้นจริงๆ ก็จะเข้าใจเขาได้มากขึ้น ให้อภัยเขาได้มากขึ้น ยิ่งกว่าปัญญาคือเมตตา จิตที่มองทะลุจะเมตตาตัวเอง ไม่อยากให้ตัวเองทุกข์ ไม่อยากให้ตัวเองโกรธ ก็ต้องทำใจสงบวางอุเบกขาต่อคนที่เราไม่ชอบ เกิดเมตตาต่อคนที่เราไม่ชอบ นึกถึงความบกพร่องของเขาน้อยลงได้ จับผิดเขาน้อยลงได้ เข้าใจว่ามนุษย์ทุกคนก็บกพร่องทั้งนั้น หรือถ้าเขาบกพร่องจริงๆ ก็เขาเองที่จะทุกข์ร้อนจากข้อบกพร่องนั้น...จบป่ะ!!

 

 

ภาพประกอบ : อินเทอร์เน็ต

ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ โดย ไดนาห์ ชอว์