Facebook





นายเอกชิชย์  สายัณห์

ผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม

ในช่วงนี้ฝนตกทุกวันและเริ่มเข้าสู่หน้าฝนถือเป็นฤดูที่มีส่วนทำให้เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์เพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ นอกจากที่ฝนทำให้ถนนลื่นทำให้ระยะเบรครถยาวกว่าปกติ ยังส่งผลให้ผู้ขับขี่มองเห็นทางได้ค่อนข้างลำบาก

ในวันนี้ผมจึงขอนำวิธีการขับรถให้ปลอดภัยในช่วงหน้าฝนมาฝากกันนะครับ

  • ตรวจสอบสภาพความพร้อมของรถยนต์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้รถอยู่ในสภาพพร้อมให้มากที่สุด
  • ขณะขับรถในช่วงฝนตกหนัก ไม่ควรเปิดไฟฉุกเฉิน ให้เปิดไฟหน้าและถ้ามีไฟตัดหมอกก็ควรเปิดด้วย
  • ในช่วง 5 นาทีแรกที่ฝนเริ่มตกใหม่ๆ ต้องเพิ่มความระวังให้มากเป็นพิเศษเพราะถนนจะลื่นมากกว่าปกติ
  • ไม่ควรใช้ความเร็วมาก ควรใช้ความเร็วให้เหมาะสมกับสภาพถนนและการมองเห็น และควรทิ้งระยะจากรถคันหน้าให้มากกว่าปกติเป็น 2 เท่า
  • ไม่ควรเบรคอย่างกะทันหัน และไม่ควรใช้เบรคโดยไม่จำเป็น
  • สังเกตให้มากขึ้น พยายามมองหาจุดที่มีน้ำขังบนถนนเสมอ พร้อมทั้งลดความเร็วเมื่อต้องขับผ่านแอ่งน้ำขังเนื่องจากรถอาจจะเหินน้ำและลื่นไถลได้ หากขับมาด้วยความเร็วสูง
  • ไม่ลืมที่จะมองระดับความลึกของน้ำ โดยสังเกตจากรถคันหน้าหรือขอบฟุตบาทข้างทาง เพื่อประเมินสถานการณ์ในกรณีที่ต้องขับผ่านไปในถนนที่มีน้ำท่วมขัง ว่ารถเราจะสามารถผ่านไปได้หรือเปล่า
  • หากต้องขับลุยพื้นที่น้ำท่วมควรจะปิดแอร์และใช้เกียร์ต่ำ ( เกียร์ Lหรือ เกียร์ 1) เพื่อไม่ให้รอบเครื่องยนต์ต่ำเกินไป น้ำอาจจะย้อนเข้าท่อไอเสียได้
  • เมื่อหลังจากขับผ่านจุดที่มีน้ำท่วมขังมาแล้ว ให้ย้ำเบรคบ่อยๆ เป็นการรีดน้ำเพื่อให้ผ้าเบรคแห้ง ป้องกันอาการเบรคลื่น และหากต้องจอดรถเป็นเวลานานๆ ควรหลีกเลี่ยงการใช้เบรคมือ เพื่อป้องกันอาการเบรคติด
  • กรณีฝนตกหนักมากจนไม่สามารถมองเห็นทางข้างหน้าในระยะ 10 เมตรได้ชัดเจน แนะนำให้หาที่จอดรถรอจนฝนเบาลงแล้วจึงค่อยเดินทางต่อ เพื่อความปลอดภัย

จากการที่ได้แนะนำมานี้ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่รถหน้าฝนให้กับทุกๆ คนนะครับ ที่สำคัญอย่าลืมเช็คประกันภัยรถยนต์ที่ทำไว้ด้วยว่ายังคุมครองอยู่หรือเปล่า เพราะอุบัติเหตุอาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาต่อให้เราระวังมากแค่ไหนก็ตาม  มีไว้จะได้อุ่นใจยิ่งขึ้นครับ