นายเอกชิชย์ สายัณห์

ผู้ชำนาญการพิเศษด้านความปลอดภัยฯ


             จากข่าว Talk of The Town หนักมากในช่วงนี้กับปัญหาฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพ ที่ถือว่าเข้าขั้นวิกฤตอย่างหนัก หากไม่ทำการป้องกันจะต้องส่งผลให้สุขภาพของคนกรุงเทพไม่สบายเอาง่ายๆ สำหรับคนเมืองกรุงอย่าประมาทโดยเด็ดขาด ส่วนจะมีวิธีป้องกันสุขภาพของคนในครอบครัวได้อย่างไร ?  และมีตัวช่วยไหนที่สามารถป้องกันฝุ่นละอองได้บ้าง ? บทความนี้มีคำตอบให้กับทุกท่านครับ

อันตรายจากฝุ่นละอองในอากาศ

            ฝุ่นละออง PM 2.5 เป็นสารฝุ่นที่ตาไม่สามารถมองเห็นได้ ไม่มีกลิ่น แต่เป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกายอย่างหนัก เข้าสู่ร่างกายทางโพรงจมูก เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งปอด โรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดในสมอง และโรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจ
จากการตรวจวัดในจุดตรวจทั่วกรุงเทพ พบว่ามีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอนอยู่หลายจุด โดยจุดส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ย่านเขตเมืองและย่านเศรษฐกิจ ฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอนนี้ เป็นฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กมาก ๆ แม้แต่หน้ากากอนามัยที่เราใช้กันในปัจจุบันก็เอาไม่อยู่ สิ่งที่น่ากลัวก็คือ พบว่ามีการตรวจพบฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานสูงมาก (ที่กำหนดไว้คือไม่ควรเกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) แต่เชื่อหรือไม่ว่าบางจุดมาสูงถึง 116 ลูกบาศก์เมตรเลยทีเดียว

หน้ากากกันมลภาวะประเภทต่าง ๆ

           อย่างที่ทราบกันแล้วว่าฝุ่นละอองขนาดเล็กนั้นเป็นฝุ่นที่อันตรายมาก เต็มไปด้วยโลหะหนักมากมายที่พร้อมจะเข้าไปทำลายระบบประสาท ฝุ่นมีขนาดเล็กมากจนแม้แต่ขนภายในจมูกของเราไม่สามารถป้องกันได้ “หน้ากากอนามัย” จึงกลายเป็นสินค้าขายดีขึ้นมาทันที กระทรวงสาธารณสุขนำให้ใช้หน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อออกจากบ้าน แต่โดยมีวิธีเลือกหน้ากากอนามัยดังนี้

  • หน้ากากอนามัยชนิด N95 เป็นหน้ากากอนามัยที่ได้รับความนิยมสูงสุดในขณะนี้ เป็นหน้ากากที่ได้มาตรฐานและได้รับการยอมรับว่าสามารถป้องกันเชื้อโรคได้ดีที่สุด เพราะป้องกันได้ทั้งฝุ่นละอองและเชื้อโรคที่มีขนาดเล็กถึง 0.3 ไมครอน เหมาะสำหรับป้องกันมลพิษ ฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่างที่พบเห็นกันทุกวันนี้ ควันพิษ ไอเสียรถยนต์ และไอระเหยของสารเคมีต่างๆ ได้เป็นอย่างดี  

  • หน้ากากอนามัยแบบผ้าฝ้าย เป็นหน้ากากคล้ายแบบเยื่อกระดาษ เน้นการป้องกันการกระจายของน้ำมูกหรือน้ำลายจากการไอจาม แต่อาจไม่สามารถกรองเชื้อโรคที่มีขนาดเล็กมากๆ ได้ สามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาดใหญ่กว่า 3 ไมครอนขึ้นไป แต่ฝุ่นละอองที่พบในปัจจุบันนี้มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอนจึงไม่สามารถป้องกันได้  

          

    

  • หน้ากากอนามัยแบบเยื่อกระดาษ 3 ชั้น หน้ากากชนิดใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง เป็นแบบที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคย เป็นหน้ากากที่เหมาะสำหรับป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคจากการไอหรือจาม ป้องกันผู้สวมใส่จากเชื้อโรคจำพวกเชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อราได้ แต่หากเป็นเชื้อไวรัสซึ่งมีอนุภาคเล็กระดับไมครอนอาจจะไม่สามารถป้องกันได้ จึงไม่เพียงพอหากต้องการป้องกันฝุ่นพิษ

           

          สรุปแล้วสำหรับหน้ากากที่เหมาะสำหรับป้องกันฝุ่นพิษได้ดีที่สุดคือ หน้ากาก N95 ส่วนหน้ากากประเภทอื่นนั้น ช่วยป้องกันได้เพียงส่วนหนึ่ง เพราะขอบของหน้ากากอนามัยทั่วไปยังไม่มิดชิดเข้ากับผิวหน้าของผู้สวมใส่ เชื้อโรคจึงสามารถเล็ดลอดผ่านบริเวณดังกล่าวได้ หน้ากาก N95 สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาหรือร้านชายเวชภัณฑ์ทั่วไป สำหรับในช่วงนี้ไม่ว่าจะป่วยหรือไม่ ก็คงต้องสวมหน้ากากทุกครั้งที่ออกจากบ้าน รวมทั้งให้เด็กและผู้สูงอายุสวมใส่ด้วย เพื่อป้องกันมลพิษอันร้ายแรงที่กระจายตัวอยู่ในอากาศ อีกทั้งยังช่วยยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อโรคจากการไอจามได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญควรเปลี่ยนหน้ากากใหม่ทุกวัน ไม่ควรใช้ซ้ำของเดิม ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนใส่หน้ากาก วิธีเหล่านี้สามารถช่วยป้องกันอันตรายได้

แล้วฝุ่นพิษ PM 2.5 คืออะไร มาจากไหน แล้วอันตรายไหม

         PM 2.5 คือฝุ่นพิษที่พบอากาศ เป็นสารพิษที่มีขนาดเล็กมากและอันตรายมากถึงขั้นเป็นมะเร็งได้เลยทีเดียว PM 2.5 เกิดจากการเผาไหมที่ไม่สมบูรณ์จากท่อไอเสียรถยนต์ โรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ รวมถึงควันบุหรี่ มีส่วนประกอบของปรอท แคดเมี่ยม และสารอื่น ๆ อีกมากมายที่สามารถทำลายระบบประสาท ทำให้เป็นอัมพาต เป็นมะเร็ง
        มลพิษทางอากาศในพื้นที่กรุงเทพฯ เกิดได้จากหลายสาเหตุ สาเหตุที่ถือว่าเป็นวิกฤติหนักได้แก่สภาพการจราจรที่หนาแน่น ในแต่ละวันนั้น มีการใช้รถยนต์จำนวนมากและมีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อมีการสัญจรอยู่ตลอดเวลาจึงทำให้เกิดมลพิษเพิ่มขึ้นทุก ๆ นาทีเลยทีเดียว
         นอกจากนี้โครงการก่อสร้างต่าง ๆ ยังเป็นแหล่งกำเนิดฝุ่นละอองชั้นดี ยิ่งทุกวันนี้กรุงเทพมีการก่อสร้างหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นการขุดก่อสร้างรถไฟฟ้า ก่อสร้างอาคาร ขุดถนน ทำท่อระบายน้ำเป็นต้น ซึ่งล้วนแต่เป็นบ่อเกิดปัญหามลพิษทางอากาศที่กระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนในทุกวัน