หลักสูตรเชิงปฏิบัติการ : ผู้ตรวจสอบความปลอดภัยระบบไฟฟ้าและบริภัณฑ์ไฟฟ้าเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย
พลังงานไฟฟ้านับได้ว่ามีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนทำงธุรกิจของทุกองค์กรไม่ว่าจะเป็นภาคบริการ หรือภาคอุตสาหกรรม และการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า หรือการใช้พลังงานไฟฟ้านั้น ย่อมมีความเสี่ยงอันตราย ทีจะเกิดความสูญเสีย ทั้งต่อร่างกาย ชีวิต และทรัพย์สิน อย่างใหญ่หลวงได้เช่นกัน ความปลอดภัยในการทำงานจึงถูกกำหนดเป็นนโยบายที่ทุกองค์กรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก การใช้งานระบบไฟฟ้า และบริภัณฑ์ไฟฟ้าได้อย่างปลอดภัยจึงต้องมีการตรวจสอบ โดยอาจแบ่งลักษณะของการตรวจสอบตามความจำเป็นของลักษณะงานได้ ดังนี้
1. การตรวจสอบ ทดสอบงานติดตั้งระบบไฟฟ้าและบริภัณฑ์ไฟฟ้า ก่อนส่งมอบ-รับมอบงาน (งานติดตั้งใหม่)
2. การตรวจสอบระบบไฟฟ้า และบริภัณฑ์ไฟฟ้า เพื่อการบำรุงรักษา (งานซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้า)
3. การตรวจสอบและรับรองความปลอดภัยระบบไฟฟ้า และบริภัณฑ์ไฟฟ้า (ตามกฎหมาย)
4. การตรวจประเมินความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับระบบไฟฟ้า และบริภัณฑ์ไฟฟ้า ภายในองค์กรโดยเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน (จป.ทุกระดับ) และคณะกรรมการความปลอดภัยฯในการทำงาน คปอ. การตรวจสอบความปลอดภัยระบบไฟฟ้า และบริภัณฑ์ไฟฟ้าจึงมีความสำคัญ และมีความจำเป็นต่อทุกองค์กรเป็นอย่างมาก ดังจะเห็นได้จากการออกกฎหมายเกี่ยวกับการตรวจสอบความปลอดภัยระบบไฟฟ้าในหลายฉบับ อาทิเช่น
กระทรวงแรงงาน กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ.2558 ข้อ 12 นายจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสอบและจัดให้มีการบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า และบริภัณฑ์ไฟฟ้าเพื่อให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัย และให้บุคคลที่ขึ้นทะเบียนตามมาตรา 9 หรือนิติบุคคลที่ได้รับใบอนุญาต ตามมาตรา11 แห่งพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 แล้วแต่กรณี เป็นผู้จัดทำบันทึก ผลการตรวจสอบและรับรองไว้ เพื่อให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบ ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนดฯ
กระทรวงอุตสาหกรรม กฎกระทรวงกำหนดมาตรการความปลอดภัยเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าในโรงงาน พ.ศ.2550 ข้อ 5 ผู้ประกอบกิจการโรงงานต้องจัดให้มีการตรวจสอบระบบไฟฟ้าในโรงงาน และรับรองความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าในโรงงานเป็นประจำทุกปี โดยวิศวกรหรือบุคคลอื่นที่รัฐมนตรีกำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยรับรองดังกล่าวต้องจัดให้มีเอกสารเป็นหลักฐานฯ
จากที่กล่าวมาแล้วข้างต้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้เป็นวิศวกร ผู้ตรวจสอบระบบไฟฟ้า รวมทั้งช่างเทคนิค ที่ทำหน้าที่ผู้ช่วยวิศวกรในงานตรวจสอบระบบไฟฟ้า ตลอดจนผู้ที่เตรียมตัวเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบและรับรองระบบไฟฟ้าฯตามมาตรา 9 และนิติบุคคลที่เตรียมขอใบอนุญาตตามมาตรา 11 แห่ง พรบ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 จะต้องทราบ เพื่อให้สามารถทำหน้าที่ในการการตรวจสอบและรับรองความปลอดภัยระบบไฟฟ้าฯ เป็นไปอย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับหลักเกณฑ์และวิธีการตามที่กฎหมายกำหนด อันจะนำมาซึ่งความปลอดภัยในการใช้งานระบบไฟฟ้า และบริภัณฑ์ไฟฟ้าให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริงต่อไป
วัตถุประสงค์
2.1 เพื่อเรียนรู้กฎหมายเกี่ยวกับงานตรวจสอบและรับรองความปลอดภัยระบบไฟฟ้าฯ และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบความปลอดภัยระบบไฟฟ้าฯ
2.2 เพื่อเรียนรู้ถึงหลักเกณฑ์ และวิธีการตรวจสอบความปลอดภัยระบบไฟฟ้า และบริภัณฑ์ไฟฟ้า ตามแบบฟอร์มที่กฎหมายกำหนด ทั้งแบบฟอร์มของกรมโรงงานอุตสาหกรรม และแบบฟอร์มของกรมสวัสดิการแลคุ้มครองแรงงาน
2.3 เพื่อฝึกทักษะในการใช้เครื่องมือทำการตรวจสอบความปลอดภัยระบบไฟฟ้าและบริภัณฑ์ไฟฟ้าตามแบบฟอร์มที่กฎหมายกำหนด โดยอ้างอิงผลการตรวจสอบตามหลักวิศวกรรม และมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
2.4 เพื่อฝึกทักษะในการจัดทำรายงานผลการตรวจสอบความปลอดภัยระบบไฟฟ้า และบริภัณฑ์ไฟฟ้า รวมทั้งการให้ข้อคิดเห็นประกอบรายงาน
2.5 เพื่อให้ตระหนักถึงความสำคัญในบทบาทหน้าที่ผู้ตรวจสอบระบบไฟฟ้า ที่มีผลต่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานระบบไฟฟ้า และบริภัณฑ์ไฟฟ้า
ระยะเวลาการอบรม
3 วัน
ราคาค่าอบรม
(ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%)
7,500 บาท
7,000 บาท (สมาชิกสมาคม)
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาหลักสูตร
หัวข้อบรรยาย / กำหนดการอบรม (Topic / Program)
| วันที่ 1 (Day 1) | |
| 08.30 - 09.00 | ลงทะเบียนอบรม และชี้แจงการฝึกอบรมแบบทดสอบก่อนการอบรม (Pre-Test) |
| 09.00 - 12.00 | ภาคทฤษฎี 1. กรณีศึกษาอันตรายจากไฟฟ้า และกฎหมายเกี่ยวกับการตรวจสอบความปลอดภัยระบบไฟฟ้า รวมทั้งกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายความปลอดภัยฯ กฎหมายว่าด้วยโรงงานฯ กฎหมายแพ่งและอาญา 2. การเตรียมความพร้อมในการทำหน้าที่ผู้ตรวจสอบความปลอดภัยระบบไฟฟ้า และบริภัณฑ์ไฟฟ้า 3. สาระสำคัญตามแบบฟอร์มในการตรวจสอบ และบันทึกผลการตรวจสอบฯ ตามที่กฎหมายกำหนด 4. หัวข้อในการตรวจสอบ รวมทั้งหลักเกณฑ์ และวิธีการตรวจสอบฯ ตามที่กฎหมายกำหนด |
| 12.00 - 13.00 | พักรับประทานอาหารกลางวัน (Lunch) |
| 13.00 - 16.30 | ภาคทฤษฎี (ต่อ) 5. การตรวจสอบ และจัดทำบันทึกข้อมูลทั่วไป 6. การตรวจสอบ ระบบแรงสูง หม้อแปลงไฟฟ้า ตู้เมนสวิตช์ ระบบแรงต่ำในอาคาร และบริภัณฑ์ไฟฟ้า 7. เครื่องมือที่จำเป็นในการตรวจสอบความปลอดภัยระบบไฟฟ้า และบริภัณฑ์ไฟฟ้า 8. ข้อควรระวัง และ หลักการด้านความปลอดภัยในการทำหน้าที่ผู้ตรวจสอบระบบไฟฟ้าฯ |
| วันที่ 2 (Day 2) | |
| 08.30 - 09.00 | ลงทะเบียน (Registration) |
| 09.00 - 12.00 | ภาคปฏิบัติ การตรวจสอบความปลอดภัยระบบไฟฟ้า และบริภัณฑ์ไฟฟ้า เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย |
| 12.00 - 13.00 | พักรับประทานอาหารกลางวัน (Lunch) |
| 13.00 - 16.30 | ภาคปฏิบัติ (ต่อ) การตรวจสอบความปลอดภัยระบบไฟฟ้า และบริภัณฑ์ไฟฟ้า เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย |
| วันที่ 3 (Day 3) | |
| 08.30 - 09.00 | ลงทะเบียน (Registration) |
| 09.00 - 12.00 | 1. กรณีศึกษา การจัดทำรายงานผลการตรวจสอบระบบไฟฟ้า และบริภัณฑ์ไฟฟ้าตามแบบฟอร์มกรมโรงงานอุตสาหกรรม และแบบฟอร์มกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ทั้งมาตรา 9 และ 11 2. การจัดลำดับเอกสารประกอบรายงานบันทึกผลการตรวจสอบระบบไฟฟ้า และบริภัณฑ์ไฟฟ้าฯ |
| 12.00 - 13.00 | พักรับประทานอาหารกลางวัน (Lunch) |
| 13.00 - 16.00 | 3. การขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการตรวจสอบและรับรองระบบไฟฟ้า และบริภัณฑ์ไฟฟ้า มาตรา 9 และ 11 4. การประมาณการ อัตราค่าบริการตรวจสอบระบบไฟฟ้าตามหลักเกณฑ์ ที่กฎหมายกำหนด 5. การบันทึกแจ้งรายงานผลการให้บริการตรวจสอบและรับรองระบบไฟฟ้าฯ ตามที่กฎหมายกำหนด |
| 16.00 - 16.30 | แบบทดสอบหลังการอบรม (Post-test) มอบวุฒิบัตร |
หมายเหตุ : พักเบรก 10.30 - 10.45 น. และ 14.30 - 14.45 น. (Annotation : Fresh break 10.30 - 10.45 AM. and 02.45 - 13.00 PM.)








