Facebook




ข่าวที่สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ที่ได้รับรู้ โดยเฉพาะคนที่เป็นพ่อแม่ในช่วงไม่กี่วันมานี้ คงหนีไม่พ้นเรื่องของหนูน้อยวัย 4 ปี ที่พลัดตกจากตึก 7 ชั้นจนเสียชีวิต   เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วธรรมชาติของเด็กวัยนี้กำลังอยากรู้อยากเห็น ซุกซน โดยเฉพาะเด็กผู้ชายมักชอบที่จะปีนป่าย ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุได้บ่อยครั้ง ซึ่งหากแค่เป็นแผลถลอกเล็กน้อยก็ถือเป็นบทเรียนให้ลูกได้ระมัดระวังมากกว่านี้ แต่หากถึงขนาดต้องพิการหรือเสียชีวิต ก็เป็นเรื่องน่าเศร้าใจและน่าเสียดายอนาคตของเด็กคนหนึ่ง ที่พ่อแม่เฝ้าทะนุถนอมจนเติบโต

จากเหตุการณ์ดังกล่าวเราในฐานะพ่อแม่ผู้ปกครอง จึงน่าจะหันมาทบทวนบทบาท และสิ่งแวดล้อมรอบตัวว่า ปลอดภัยสำหรับเด็กแล้วหรือไม่ โดยเริ่มจากการเข้าใจพฤติกรรมตามวัยของเด็ก และปรับสภาพแวดล้อมรวมทั้งการดูแลเอาใจใส่ให้เหมาะสมกับวัยของลูกที่มีความต้องการเปลี่ยนแปลงไปตามพัฒนาการ

พญ.ศิราภรณ์ สวัสดิวร ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กมหาราชินี(รพ.เด็ก) กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้คำแนะนำพ่อแม่ผู้ปกครองว่า การดูแลเด็กนั้น อยากให้ คุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครอง เข้าใจ เด็กแต่ละวัยมีพัฒนาการที่ ดังนั้นเด็กๆ เลย  มีความต้องการ มีความชอบไม่ชอบต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าในวัยนั้นเด็กๆ กำลังเรียนรู้อะไร หรือร่างกายของเขาต้องการอะไร เช่น เด็กวัย 6-7 เดือนกำลังจะมีฟันซี่แรก ขณะเดียวกันก็เพิ่งเริ่มที่จะหยิบจับสิ่งของได้เอง พัฒนาการสองอย่างนี้ทำให้เด็กวัยนี้มักหยิบสิ่งของเข้าปาก จนอาจทำให้ของเล่น ของที่หยิบเข้าปาก ติดคอได้ นี่คืออุบัติเหตุที่พบได้บ่อยในเด็กวัย 6-7 เดือน พ่อแม่ก็ควรระมัดระวัง ดูแลสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม อย่าให้ลูกเล่น หรือจับของชิ้นเล็กๆ ที่อาจติดคอได้

เช่นเดียวกันกับเด็กวัยอนุบาล ที่เคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วและกำลังตื่นเต้นกับโลกใบใหญ่ อุบัติเหตุที่พบบ่อยในเด็กวัยนี้จึงหนีไม่พ้นการพลัดตกหกล้ม  แม้แต่โซฟา เด็ก ก็อาจปีนป่าย ล้มจากโซฟาศรีษะกระแทกพื้น เป็นอันตรายได้ พ่อแม่ผู้ปกครองไม่ควรปล่อยให้เด็กอยู่ริมระเบียงหรือที่สูงๆ เพียงลำพัง เพราะการเผลอแม้เสี้ยววินาทีก็อาจหมายถึงชีวิตของลูกได้

การดุหรือตำหนิในความซุกซนของลูก อาจทำให้ลูกหยุดซนเพียงชั่วคราว แต่ไม่สามารถป้องกันความปลอดภัยของลูกเป็นไปได้ ควรทำที่กั้นให้สูงพอเพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

กระทั่งทารกแรกเกิดที่นอนอยู่เฉยๆ ก็อาจประสบอุบัติเหตุได้เช่นกัน การนอนคว่ำ  ทารกยังไม่สามารถผงกศรีษะได้ดี ถ้าให้นอนคว่ำใน หมอน ที่นุ่มมาก จนใบหน้าบุ๋ม ผงกศีรษะลำบาก หรือ  เด็กอาจหน้าคว่ำลงกับเบาะหรือหมอน จนอาจหายใจไม่ออกและเสียชีวิตได้  เป็นข้อควรระวังที่ ไม่ควรละเลย

นอกจากนี้ อุบัติเหตุที่เกิดจากน้ำ ก็เป็นอุบัติเหตุที่พบได้บ่อยเป็นอันดับ 1 ของเด็กที่อายุต่ำกว่า 15 ปี ยิ่งหน้าร้อนใกล้เข้ามา   ในแต่ละปีมีเด็กเสียชีวิตจากการจมน้ำกว่า 1500 ราย หรือเฉลี่ยวันละ 4 ราย โดยกลุ่มเสี่ยงคือเด็กอายุ 5-9 ปี  เป็นวัยที่กำลังซุกซน อยากรู้อยากเห็น การสอดส่องดูแลลูก ไม่ไปอยู่ในที่เสี่ยงต่อการจมน้ำ  การสอนให้ลูกว่ายน้ำเป็นตั้งแต่เล็กๆ จึงเป็นเรื่องสำคัญ

ดังนั้นจึงอยากขอความร่วมมือให้พ่อแม่ผู้ปกครอง หันมาทำความเข้าใจพัฒนาการของเด็กแต่ละวัย เพื่อที่จะได้รู้ว่าในวัยนี้เราควรดูแลเรื่องใดเป็นพิเศษ เพื่อให้เยาวชนของเราเติบโตขึ้นมาเป็นพลังสำคัญของชาติ อย่าให้ความพลั้งพลาดเพียงเสี้ยววินาที ทำให้เราต้องเสียใจไปตลอดชีวิตอีกเลย” พญ.ศิราภรณ์ สวัสดิวร กล่าวทิ้งท้าย

 

 

ที่มา : สถาบันสุขภาพเด็กมหาราชินี (รพ.เด็ก)