Facebook





กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแนะผู้ปกครองป้องกันอุบัติภัยในเด็กที่มักเกิดขึ้นช่วงปิดภาคเรียน

     จมน้ำ ช่วงปิดภาคเรียนระหว่างเดือนมีนาคม-พฤษภาคมเป็นช่วงที่เด็กมีความเสี่ยงต่อการจมน้ำสูง เนื่องจากเด็กมักจับกลุ่มเล่นน้ำคลายร้อนตามแหล่งน้ำต่างๆ หากมีคนจมน้ำ เด็กที่เล่นน้ำด้วยกันจะเข้าไปช่วยเหลือ ทำให้จมน้ำเสียชีวิตไปด้วยกัน เพื่อความปลอดภัย ควรปฏิบัติดังนี้

      เด็กอายุ 1-4 ปี มักจมน้ำเสียชีวิตในแหล่งน้ำบริเวณรอบบ้าน ผู้ปกครองควรดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด ไม่ปล่อยให้เด็กเล่นน้ำในสระน้ำ รวมถึงสร้างสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้ปลอดภัย ด้วยการปิดประตูห้องน้ำให้สนิท จัดให้มีฝาปิดหรือครอบภาชนะกักเก็บน้ำ ทำรั้วกั้นบริเวณรอบบ่อน้ำ ไม่ให้เด็กเล่นใกล้แหล่งน้ำหรือริมตลิ่งน้ำ เพราะเด็กอาจลื่นตกน้ำทำให้จมน้ำเสียชีวิต

      เด็กอายุ 5-17 ปี มักจมน้ำเสียชีวิตบริเวณแหล่งน้ำในชุมชนหรือแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำ ผู้ปกครองควรสอนให้เด็กมีทักษะในการว่ายน้ำ และดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดขณะเล่นน้ำ เพราะหากเด็กเป็นตะคริวหรือถูกคลื่นน้ำดูดจะได้ช่วยเหลือเด็กได้อย่างทันท่วงที กรณีพาเด็กไปท่องเที่ยวทางน้ำ ควรให้เด็กสวมเสื้อชูชีพทุกครั้ง จะได้ใช้พยุงตัวรอการช่วยเหลือกรณีเรือล่มหรือพลัดตกน้ำ

      อุบัติเหตุทางถนน  การเดินถนน จูงมือเด็กให้แน่น โดยให้เด็กเดินบนทางเท้าชิดด้านในถนน เพื่อป้องกันการถูกรถเฉี่ยวชน  การข้ามถนน พาเด็กข้ามถนนตรงทางม้าลาย สะพานลอย บริเวณที่มีสัญญาณไฟจราจรสำหรับคนข้าม หรือมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยอำนวยการจราจร โดยมองซ้ายขวา เมื่อเห็นว่าปลอดภัยและรถวิ่งอยู่ในระยะไกลจึงค่อยพาเด็กข้ามถนน

       การโดยสารรถจักรยานยนต์ ให้เด็กสวมหมวกนิรภัยขนาดพอดีกับศีรษะ หากอุ้มเด็กเล็กโดยสารรถจักรยานยนต์ให้ระวังชายผ้าเกี่ยวเข้าไปในซี่ล้อรถ ทำให้เด็กพลัดตกจากรถได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้

       การเดินทางด้วยรถยนต์ ห้ามนำเด็กนั่งตักขณะขับรถ เพราะทำให้ประสิทธิภาพในการขับขี่ลดลง หากประสบอุบัติเหตุเด็กจะกระแทกกับพวงมาลัยรถหรือถุงลมนิรภัย ทำให้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต จัดที่นั่งสำหรับเด็ก  ที่มีขนาดเหมาะสมกับรูปร่างของเด็กไว้เบาะด้านหลังรถ หากเป็นเด็กโตควรคาดเข็มขัดนิรภัยให้เด็กทุกครั้งรวมถึงกดล็อกกระจกรถเพื่อป้องกันเด็กยื่นศีรษะ แขนขาออกไปนอกรถ ทำให้ได้รับอันตราย